service cloud 300x210 ชีวิต on Cloud
cloud ในที่นี้คือ อะไรคือ  Cloud สำหรับ Cloud ที่ผมจะพูดถึงวันนี้คือ เหล่าบรรดา cloud base service ทั้งหลายที่ทำให้ชีวิตเรา สบายขึ้น หรือ อาจจะวุ่นวายขึ้น Cloud base service คือ บริการ หรือ application ต่างๆ
ที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตเช่นพวก Note Calendar หรือ File storage โดยที่บริการต่างๆ เหล่านี้จะใช้พื้นที่บนอินเตอร์เน็ตโดยที่ไม่ไปรบกวนพื้นที่บนคอมพิวเตอร์ รวมถึงบริการเหล่านี้จะอยู่บนคอมพิวเตอร์หลายๆเรื่องที่ช่วยกันทำงานซึ่งจะทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องความเร็ว

ทำไมผมถึงเลือกที่จะพูดการใช้ชีวิตที่ทุกๆ อย่างอยู่บน Cloud? จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลกับตัวเรามากเกินไป เพราะ ในปัจจุบันข้อมูลหลายๆ อย่าง ก็ล้วนแต่อยู่บนออนไลน์กันทั้งสิ้น
แต่ในปัจจุบันข้อมูลต่างๆ เริ่มเชื่อมต่อกันและทำงานร่วมกัน อย่างเป็นระบบมากขึ้น และเริ่มทำให้การใช้ชีวิตของเราทำสิ่งต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่มีอยู่เริ่มเชื่อต่อกัน แต่ ปัจจุบัน บริการ
ต่างๆ ก็เริ่มพัฒนาตัวเองให้เข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ หรือ แม้กระทั่งตู้เย็น จริงๆ แล้วเราเริ่มใช้ชีวิตที่อยู่บน cloud มากันซักพักแล้วแต่บางคนก็ไม่รู้ตัว

จริงๆ ก็อยากหาไอเดียที่จะพูดเรื่องนี้อยู่หลายไอเดียแต่ มานั่งนึกไปนึกมาจริงๆ แล้วชีวิตของผมเองก็ แทบทุกอย่างอยู่บน Cloud อยู่แล้ว entry นี้เลยอยากจะเล่ามากกว่าว่าผมใช้ Cloud base service ทำอะไรแล้วคุณสามารถ ใช้ชีวิตในขณะที่มีทุกอย่างอยู่บน Cloud ยังไง

จริงๆ แล้วในปัจจุบัน จริงอยู่ Cloud service ล้วนใช้พื้นที่ที่อยู่บนออนไลน์แต่ ในความเป็นจริง บางบริการยังต้องใช้พื้นที่ๆ อยู่ในอุปกรณ์ของเราเพื่อ ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้เวลาไม่มีอินเตอร์เน็ต
ลองมาดูกันหน่อยดีกว่าว่ามี Cloud อะไรให้ใช้บ้างและจะใช้มันยังไง

Windows Live Calendar logo 150x150 ชีวิต on CloudGoogleCalendarLogo 150x150 ชีวิต on Cloud
Calendar(ตารางนัดหมาย)
จริงๆ แล้วมีอยู่หลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็นของ Yahoo Google หรือ live แต่โดยส่วนตัวแล้วผมใช้ Google calendar เพราะมันใช้ง่ายและเก่ง สำหรับบริการที่ช่วยในการจัดตารางนัดหมายนั้นคุณสมบัติพื้นฐานก็จะคล้ายๆ กัน เช่น สร้างนัดหมาย สั่งแจ้งเตือน
ซึ่งคุณสามารถ จัดการตารางต่างๆ ผ่านอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่เชื่อต่อกับมันอยู่ แต่ที่ผมเลือกใช้ google calendar ก็คงเพราะ ผมใช้มือถือที่เป็น Android แต่จริงๆ แล้วเหตุผลหลักที่เลือกใช้ตั้งแต่แรกคือ มันสามารถที่จะส่ง invite นัดหมายให้กับคนอื่นได้และ สามารถส่ง SMS เตือน เราก่อนถึงเวลางาน ซึ่งทำให้เราไม่ต้องคอย online ตลอดเวลา ผมเชื่อว่าบริการที่เป็น calendar น่าจะเป็นบริการที่ทุกคนๆสามารถใช้ได้ เวลาเพิ่มนัดหมายคุณก็ไม่ต้องออนไลน์ตลอดเวลาเพราะ ข้อมูลจะเป็น แบบ sync

ที่คุณสามารถจัดการทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องออนไลน์ เพราะต่อเน็ตเมื่อไหร่มันจะถ่ายโอนข้อมูลให้เอง และอีกอย่างก็ไม่ต้องคอยมากังวลว่าจะลืมสมุดนัดเพราะคุณสามารถเข้าถึงอุปกรณ์อะไรก็ได้

Contacts(สมุดโทรศัพท์) จริงๆแล้วบริการกลุ่ม Contacts ส่วนใหญ่ไม่ได้ค่อยแยกออกมาชัดเจนแต่มักจะเอาไปรวมกับเมล หรือ IM ผู้ให้บริการก็ มี เหมือเดิมครับ Yahoo Google หรือ live ผมก็เหมือนเดิมครับใช้ google เพราะ เวลาส่งเมลหรือ จะเพิ่มเบอร์โทร เราสามรถจัดการผ่านอะไรก็ได้โดยที่ สุดท้ายแล้วมันก็จะไปรวมกันอยู่ที่เดียว จ้อดีหนึ่งเลยคือ เราไม่ต้องกังวลว่าโทรศัพท์จะพัง จะ copy contact ยังไง หรือ ซื้อโทรศัพท์ใหม่จะต้องทำยังไง เพราะ เพียงแค่คุณตั้งค่าสองสามนาทีคุณก็สามารถ copy contacts ลงมาใส่โทรศัพท์ได้เลย

Note & to-do(จดบันทึก งานที่ต้องทำ)
Cloud ประเภทนี้ มีอยู่หลายผู้ให้บริการมากครับ ไม่ว่าจะเป็น Google notebook,readitlater,springpad ส่วนของ task & todo ก็ จะมี Google task, Remember the milk หรืออื่นๆมากมาย ที่ผมเอามารวมกันไว้ทั้ง note แล้วก็ to-do ก็เพราะว่า จริงๆแล้วถ้าเราไม่ได้แคร์อะไรมากกับการที่ต้องให้ to-do มาแจ้งเตือนเรา คุณก็สามารถรวม สองอย่างนี้เข้าด้วยกันเพื่อความง่าย แต่ถ้าคุณซีเรียสกับการแจ้งเตือน ก็แนะนำให้แยกครับ แต่จริงๆบางบริการก็สามารถทำได้ทั้งคู่แต่อาจจะต้องหานิดนึงครับ ส่วนตัวแล้วผมใช้ google task สำหัรบ to-do แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่นะครับเพราะมันดูโง่ๆนิดๆ ตอนแรกเลยที่ยังไม่เคยใช้เนี่ย ผมก็ใช้วิธีจดใส่กระดาษ กับ note ใส่โปรแกรมง่ายๆบนมือถือ ไม่ก็ส่งเมลหาตัวเอง ซึ่ง ก็จะเจอปัญหามากมาย เช่นกระดาษหาย หรือ ต้องคอย copy จากมือถือใส่คอม ก็เลยลองหา โปรแกรมมาช่วยทดแทน ก็เลยได้ Evernote ครับ ตัวนี้ดีตรงที่ มันมีทุก platfrom ครับ ไม่ว่าจะเป็น PC,Browser,Tablet,Mobile ซึ่ง เวลาที่นึกอะไรออกหรือ อยากจดอะไร ก็หยิบอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้ตัวสุดมาจดได้เลย พอถึงเวลา มันก็จะ sync ให้เราเรียบร้อย

20070627 google docs 150x150 ชีวิต on Cloud
Document(เอกสาร)
อันนี้ถือว่าเป็นหัวใจหลักของการทำงานเลยครับ การนำ Document ไปเก็บไว้บน Cloud การทำงานอาาจะลำบากหน่อยเพราะต้องต่ออินเตอร์เน็ตยู่บ่อยๆ แต่ข้อดีของมันอยู่กับตอนที่เราต้องแชร์เอกสารใช้เพื่อนคนอื่นช่วยกันทำช่วยกันดูเพราะ บริการ Cloud Document ที่เรามีกันในปัจจุบันก็สามารถที่จะแก้ไข หรือดูเอกสารไปพร้อมๆกันได้ทีละหลายๆ ที่จะผมเชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จัก Google docs กันดี แต่จริงแล้วก็ยังมี Docs.com ของ Microsoft ด้วยนะครับ ซึ่งก็เทพไม่ใช่ย่อย ใจจริงก็อยากไปใช้แต่ติดตรงที่ว่าเพื่อนๆรวมถึงคนที่ทำงานด้วยส่วนใหญ่ให้ Gmail กับ Goole app เวลาจัดการสิทธิ์ ทำได้สะดวกกว่า แต่นอกจากสองบริการนี้ก็มีพวก บริการที่เป็นเฉพาะทางหน่อย เช่น Slideshare.net ที่เอาไว้เก็บ slide อย่างเดียว หรือ scribd ที่เอาไว้แชร์พวก document ซึ้งบริการพวกเฉพาะด้านก็จะมีข้อดีตรงที่สามารถทำให้เรา เอาเอกสารหรือไสลด์ไปแปะในเว็บได้
picasa logo WHITE 650x257 300x118 ชีวิต on Cloudflickr logo 300x224 ชีวิต on Cloud
Photo(รูปภาพ)
บริการเก็บรูปนี่มีอยู่เยอะมากครับ เรียกกว่าเป็น 10 เจ้า เลยครับ แต่ที่เด่นๆหน่อยก็จะมี Piccasa Flickr Photobucket ส่วน Multiply อันนี้เหมือนเน้นเอามาทำบล็อกมากกว่า บริการกลุ่มนี้มักจะมีค่าใช้จ่ายในกรณ๊ที่เราต้องการเก็บรูปเยอะๆ เพราะ การเก็บรูปค่อนข้างมีค่าใช้จ่าย สำหรับเนื้อที่เก็บรูป ซึ่งแต่ละบริการก็มีค่าใช้จ่ายที่ต่างกันออกไป ถ้าใครที่ถ่ายรูปเยอะๆหรือ ต้องแชร์รูปให้เพื่อนหรือคนอื่นดูบ่อยๆ ก็น่าจะลองหามาใช้ดู อย่าง Flickr นี่ก็ไม่แพงมากนะครับ 800 กว่าบาท/ปี
1300 logo 150x125 ชีวิต on Cloud dropbox logo 150x150 ชีวิต on Cloud
File stroge(พื้นที่เก็บข้อมูล) ตอนนี้เรามี Cloud storage มากมาย ไม่ว่าจะเป็น  box.net หรือ Dropbox ซึ่งต่างก็มีความแตกต่างกันออกไปแต่ถ้าถามว่าอันไหนดีกว่า ผมว่า box.net ทำอะไรได้เยอะกว่า แต่ส่วนตัวใช้ Dropbox สำหรับบริการ online storage ช่วยให้เราลดการใช้ พวก flashdrive ลงไปได้นิดหน่อย สำหรับ บริการประเภทนี้ทำทำงานที่เป็น application ให้เรากด upload หรือ สร้าง folder มาให้เราลากไฟล์วางใส่ได้ ซึ่งเมื่อ sync ไฟล์ขึ้นไปแล้วคุณก็สามารถเผิดจากอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่ติดตั้งโรปรแกรมของเค้าไว้ ซึ่งในปัจจุบันอุปกรณ์พกพาต่างๆก็มีโปรแกรมเหล่านี้แล้ว บริการนี้เหมือนกับ photo storage ครับ คือ ให้เราใช้ฟรีได้ในระดับหนึ่ง ถ้าใช้เกินก็จะต้องจ่ายเงิน แต่บริการนี้ จะแพงกว่า photo storage อยู่เยอะพอสมควรครับ อย่าง dropbox ถ้าต้องจ่ายก็ขั้นต่ำสุดคือ 50GB 9.99$/month แต่ถ้าแลกกับการไม่ต้องแบก notebook ไปมาระหว่างที่ทำงานหรือ ต้องแบก HDD ไปมา ผมก็วาคุ้มอยู่นะครับ

บริการที่กล่าวมาส่วนใหญ่จะเป็นบริการที่ให้คุณเก็บข้อมูลต่างๆ ลงไปบน cloud ซึ่งสามารถ sync ไปมาได้แต่ นอกจากนั้น cloud base service ยังมีบริการที่คอยเป็นเหมือนผู้ช่วย online ของคุณอย่าง

บริการสร้าง Mindmaping ออนไลน์ สำหรับเอาไว้คิดงานหรือแชร์ mindmaping กับเพื่อนให้ทำงานง่ายขึ้น

Map ที่ทำให้คุณสามารถหาแผนที่ หรือ จัดทำแผนท่องเที่ยวของคุณ เพื่อแชร์กับเพื่อนหรือ เก็บเอาไว้ดูบนมือถือหรืออุปกรณ์ต่างๆเวลาไปเที่ยวก็ไม่ต้องกางแผนที่ใหญ่ๆ เพียงแค่กดในมือถือให้นำทางได้เลย
Reader ที่เอาไว้เก็บ Feed ที่คุณอ่านบ่อยๆซึ่งคุณไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเวลาอ่าน เพราะอย่างที่บอกครับว่าข้อดีของ Cloud based service คุณจะอ่านจากเครื่องมืออะไรที่ไหนก็ได้ เดี่ยวระบบจะ sync ให้คุณเองว่าอ่านแล้วหรือยังไม่ได้อ่าน
Resume online ที่ให้คุณสามารถทำแล้วโพสเก็บไว้ และเมื่อต้องการใช้ก็ปรินท์ออกมา รวมถึงคุณยังสามารถ public ใหคนอื่นมาดูเพื่อชวนคุณไปทำงานก็ได้
Bookmark บริการที่ให้คุณเก็บ bookmark จากเครื่องของคุณเพื่อที่เวลาไปใช้คอมเครื่องอื่นหรือมีคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องก็ สามารถ ถ่ายโอนไปใช้ในเครื่องอื่นได้ สำหรับบริการนี้ผมแนะนำโปรแกรมชื่อ Xmark
จริงแล้ว Cloud base มีอีกเยอะแยะมากมายครับ ซึ่งบริการเหล่านี้จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นถ้าคุณเป็นคนที่มีอุปกรณ์เยอะๆ เพราะคุณจะไม่ต้องมากังวลว่าอุปรณณ์นั้น อุปกรณ์นี้จะมีข้อมูลที่คุณต้องการตลอดเวลามั้ย ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ต้องมีเครื่องมือถึงสามหรือสี่ชิ้นก็ได้ แต่แค่มีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง กับมือถือ smartphone อีกหนึ่ง หรือ คุณจำเป็นต้องทำงานต่างๆกับคนหลายๆคนผ่านเครื่องมือดิจิตอล การใช้ Cloud based service ก็จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตเหล่านั้นได้สบายขึ้น อีกอย่างเทรนในปัจจุบันก็กำลังกำลังวิ่งไปทางนั้น ดูอย่าง Google ก็ออกระบบปฏิบัติการ chrome OS ที่ เอาทุอย่างไปไว้บน cloud ที่แม้แต่ปรินท์ก็ปรินท์จาก Cloud
แต่การที่ผมบอกว่ามันดีก็ไม่ใช่ว่า มันไม่มีข้อเสีย Cloud based service ล้วนมีข้อเสียๆเหมือนกันคือ

1.อินเตอร์เน็ตการใช้งานบริการเหล่านี้จำเป็นครับที่ต้องมีอินเตอร์เน็ต ซึ่งถ้าหากคุณเป็น คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตน้อยๆหรือ มือถือไม่สามารถมารถต่อเน็ตได้ ผมว่ามันคงจะยุ่งยากพอดู

2.บริการบ้างชนิดต้องการมือถือที่ต่ออินเอตร์เน็ตที่ค่อนข้างเร็ว อย่างว่าครับบ้าน 3G ดีๆ ยังไม่มี ทำให้การใช้บริการ Cloudbase service บนมือถือ จะมีปัญหา ยิ่งถ้ามือถือใครต่อ WIFI ไม่ได้แล้วหละก็ ตรงนั้นน่าจะเป็ฯปัญหาหลักเลยทีเดียว

3.ข้อมูลไม่ได้อยู่กับเรา อาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยแน่นอน ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการบางเจ้าจะมีมาตการเรื่องความปลอดภัยค่อนข้างสูง อย่าง Google microsoft หรือ Yahoo แต่ บางเจ้าก็เป็นเจ้าเล็กๆ ซึ่งอาจจะมีความปลอดภัยน้อกวา เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่สำคัญคือเราควรที่จะเลือกผู้ให้บริการ รวมถึงข้อมูลที่จะเอาไปเก็บหรือใช้ ก่อนที่เราจะไปใช้บริการ ก็คงเหมือนกับการเอาเงินไปฝากธนาคาร ถ้าธนาคารเล็กหน่อยก็อาจจะเกิดปัญหาง่ายก่าธนาคารใหญ่ๆ

จริงๆที่อยากมาพูดเรื่องนี้เพราะตอนนี้ในโลกออนไลน์ ของเรามีเครื่องมือ ที่ดีๆให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นแต่ยังมีอีกหลายคนยังไม่รุ้แต่ในเมืองไทยเรายังอาจจะต้องใช้เวลากันอีกซักพักเพื่อที่จะทำให้เราสามารถย้ายชีวิตไปอยู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างจริงจังแต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างไม่ยั่งยืนยังไงก็ backup ใส่ คอมตัวเองไว้บ้างครับ